anything elle? View my profile

[report] ELLEGARDEN @JUICE 2006.11

posted on 12 Dec 2006 21:58 by ellegarden  in mag-trans

ทยอยสุดๆเลยแฮะ... -*- แต่ว่านี่ก็เร็วแล้วน๊า~ ก็สัมภาษณ์มันยาวนี่นาแถมชอบพูดแต่เรื่องเครียดๆด้วยอะ

สำหรับ JUICE เล่มนี้คงจะตอกย้ำกันถึงความยากลำบากของ Eleven FireCrackers ได้อีกแล้ว... อุอุ ไดอารี่ที่อัพเดทเมื่อวานก็เพิ่งจะตอกย้ำกันปายยย ^^" อ่านแล้วก็คงจะเข้าใจถึงความชอกช้ำของโฮโซมิและอัลบั้มนี้กันมากขึ้นค่ะ อาจมีบางส่วนที่อ่านไม่รู้เรื่องอย่างเช่นยี่ห้อแอมป์ฯเนี่ย...! ก็ปล่อยผ่านไปน่า ถ้าสังเกตดีๆจะดูรู้ว่าส่วนครึ่งแรกแปลได้อย่างสบายอารมณ์มาก แล้วเราก็ดองงง ครึ่งหลังมันเลยออกมาเครียดๆหน่อย - -"

หวังว่ารีพอร์ทครั้งหน้าทั้งรายการวิทยุหรืออินเตอร์วิวก็คงจะไม่เครียดแล้วแหละ(มั้ง?) ฮ่าๆๆๆ

 

ในที่สุดอัลบบั้มใหม่ก็สำเร็จจนได้! ความต้องการที่ยิ่งใหญ่ต่อจาก Salamander สู่ผลงานชิ้นล่าสุด ELEVEN FIRE CRACKERS

และแล้วอัลบั้มเต็มแผ่นที่ 5 ของ ELLEGARDEN ที่มีชื่อว่า ELEVEN FIRE CRACKERS ก็มาถึงแล้ว มันให้ความรู้สึกเท่ด้วยเสียงกีต้าร์ล้ำลึกจนทำให้ร่างกายและจิตใจของผมชาไปหมดเลยทีเดียว ในส่วนแรกจะเป็นซิงเกิ้ล "Space Sonic" , "Salamander" ที่เป็นเวอร์ชั่นอัดใหม่ และพร้อมด้วย "Alternative Plans" เพลงที่มีเนื้อเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่นก็คือ "Winter" , "Ash" และก็ 高架線 จาก "Opening" ได้นำไปสู่ "Fire Cracker" ทั้ง 11 เพลงที่อยู่ในอัลบั้มนี้นั้นคงจะทำให้ชาว Rock ทั้งหลายร้องเฮกันอย่างแน่นอน ในสตูอิโอแห่งหนึ่งในโตเกียว ก่อนหน้าที่จะเริ่มทัวร์ เราได้พูดคุยกับ โฮโซมิ ทาเคชิ ถึงเรื่องงานของเขากัน

■ วันที่สามของการทำข่าวเรื่องนี้และผมจะขอสัมภาษณ์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มทัวร์แล้วกันนะครับ....
- ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงซะที!! ไม่รู้จะตอบอะไรแล้วนะเนี่ย! (ทั้งวงฮากันครืน)

■ ขอความกรุณาอีกครั้งเถอะนะคร้าบบ(หัวเราะ) ว่าแต่ อัลบั้มล่าสุดนี้น่ะเท่มากๆเลยนา
- อา จริงดิ? ดีจัง ผมดีใจนะเนี่ย ขอบคุณมากครับ

■ เรื่องที่มาเป็นอันดับแรกเลยดูจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสภาพจิตใจล่ะสินะ
- ใช่แล้วล่ะ เรื่องที่เกี่ยวกับสภาพจิตใจนั้น ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่าทำดี หรือไม่ก็เกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิต

■ นี่เป็นการสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายก็จริง แต่ออกจะเป็นคำถามที่งี่เง่าไปซะหน่อย คำถามแบบไหนหรอที่เจอบ่อยสุดจนถึงตอนนี้น่ะ?
- ฮ่าฮ่าฮ่า!(หัวเราะ) ที่เจอบ่อยสุดน่ะเหรอ.... "กลายเป็นคนจริงจังแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันน่ะ?" หรือไม่ก็ "อารมณ์คำพูดนี่ให้บรรยากาศต่างจากเมื่อก่อนเลยนะ?" ดูท่าทางที่ผมตอบนี่จะแปลกประหลาดน่าดูเลยนะเนี่ย(หัวเราะ) ถ้าจะถามว่าทำไมถึงพูดจาจริงจังขึ้นมาน่ะเหรอ...ผมคิดว่าอยากจะทำให้งานออกมาสำเร็จ เพราะว่ารั้วที่ขวางกั้นนั้นมันสูงมากจริงๆ

■ อ้า อย่างนี้นี่เอง
- เพราะว่ามันเป็นเพียงการมีความเห็นไม่ตรงกันเท่านั้นจริงๆ ถึงได้ตกลงไปอยู่ใต้รั้วที่ขวางกั้นเส้นทางที่เดินอยู่ มันไม่ง่ายเลยที่จะแก้ไขอะไร ถ้าผมยังทำต่อไปจนความรู้สึกซึ่งได้กระโดดข้ามรั้วกันนั้นได้แล้ว ผมก็จะบอกว่าผมใช้เวลาไปแบบนี้ๆ นะ

■ อย่างนี้เองเหรอ แล้วมาตรฐานความสูงของรั้วกั้นนั้นน่ะ เป็นยังไงหรอครับ?
- มันเป็นความสูงแบบที่ไม่สามารถจะบินข้ามได้สำหรับช่วงเวลาที่เป็นอยู่ในตอนนั้น แล้วก็ผ่านพ้นมันมาได้ด้วยการทำให้มันเป็นธรรมชาติที่สุด เวลาที่ต้องจัดการกับเรื่องที่มีอุปสรรคแบบนี้ เมื่อความรู้สึกนึกคิดภายในใจมันว่างเปล่าแล้วก็จะรู้สึกได้ว่า "มันไม่ใช่แบบนี้นี่นา" แล้วจิตใต้สำนึกก็จะบอกเองว่าควรจะทำยังไง แต่ในกรณีของผมนั้น ไม่มีอะไรที่จะออกมาจากจิตใต้สำนึกโดยที่ไม่ผ่านการตัดสินด้วยหัวใจก่อนได้เลย

■ ผมว่ามันคงจะเป็นตารางทำงานที่ยุ่งมากเลยสินะกว่าที่จะได้ผลงานออกมาแบบนี้
- แต่ว่านะมันก็ไม่ได้ยุ่งอะไรมากมายหรอกครับ วันวางขายครั้งที่สองนั้นถูกเลื่อนออกไป(หัวเราะเล็กน้อย) เพราะว่าการคาดคะเนในความยากง่ายของเรื่องผลงานนั้นขึ้นอยู่กับการทำ แต่ถึงอย่างนั้นเวลาที่ยืดออกไปก็ยังไม่พอ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฟังดูดีได้เลยในเรื่องของการขาย และเพราะว่าสภาพจิตใจกับขีดจำกัดของร่างกายนั้นมาถึงขีดจำกัดแล้ว เอ่ออ.... แต่ก็เป็นอะไรที่สนุกดีนะ

■ ในตอนนี้ก็สามารถพูดออกมาได้แล้วสินะครับ ว่าสนุกน่ะ(หัวเราะ)
- อื้ม ก็เพราะว่าในตอนนี้มันเป็นแบบนั้นจริงๆน่ะสิ(หัวเราะเล็กน้อย)

■ แล้วแรงจูงใจที่ผุดขึ้นมานั้นได้มาจากไหนเหรอครับ?
- มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ยอมแพ้น่ะ ประหลาดดีเนอะ ผมไม่ยอมรับที่จะพ่ายแพ้ แล้วคนๆนั้นน่ะก็เป็นตัวของเขาแบบนั้น เป็นความรู้สึกที่เหมือนกับ 「ちっくしょお!」เพราะว่าเขาไม่สามารถยอมรับว่ามันจะเปรียบเทียบกับคนอื่นได้ และไม่สามารถที่จะตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง

■ ดูเหมือนว่านั่นคือโฮโซมิซังสินะ
- จริงๆแล้วมันไม่ได้ถูกต้องหรอกนะ แต่แบบนี้แหละคือนิสัยของผม แต่ว่านะในตอนนี้จิตใจของผมนั้นก็สงบลงแล้ว


■ เพลงพวกนี้แต่งที่บ้านอย่างงั้นเหรอครับ?
- ก็ทั้งสองที่นั่นแหละ อาจจะแต่งอยู่สองคืนและก็อาจจะไปทำที่สตูดิโอด้วย จะที่สตูดิโอหรือที่บ้านมันก็ขึ้นอยู่กับเวลาด้วยน่ะ

■ ได้ข่าวว่าโดนกักบริเวณอยู่กับหนังสือการ์ตูนแล้วก็ชา อยู่ 1 วันเต็มๆด้วยนี่(หัวเราะ)
- เนอะ ประหลาดดีเหมือนกัน ที่ทำอย่างนั้นเพราะว่าตั้งใจน่ะ ที่ทำที่บ้านก็เพราะว่าไม่สามารถจะเขียนเพลงที่บ้านได้ แล้วในเวลานั้นก็ได้ทำอีกหลายอย่างเลบนะ อย่างเขียนเพลงในสตูดิโอที่มืดตื๊อตื๋อแบบที่ได้แต่ใช้นิ้วคลำเอา แต่แบบนั้นก็ยิ่งทำให้หงุดหงิดเข้าไปใหญ่ เอ่อ...ซึ่งแบบนั้นก็คงไม่มีวันเขียนได้หรอกใช่ปะละ

■ อย่างนี้เองสินะ.. แล้วการบันทึกเสียงล่ะเป็นยังไงบ้างครับ?
- ผมน่ะคอแทบพังเลยแหละ แม้ว่าจะไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย แต่การบันทึกเสียงก็ยังดำเนินต่อไป ผมอยากจะทำเพื่อที่จะได้เห็นจุดหมายของการเหนื่อยยากนี้ซักครั้งสองครั้ง ถ้าผมไม่ทำล่ะก็ผลงานก็จะไม่มีวันเกิดขึ้นมาได้ ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถเปลี่ยนความตั้งใจเป็นอย่างอื่นได้ แต่ว่าผมก็รู้สึกดีกับมันนะ แม้ว่าจะเป็นนาทีสุดท้าย เหมือนกับที่ซึ่งไม่สามารถจะผูกมัดที่ใดที่หนึ่งไว้ได้

■ คุณใส่ความรู้สึกนึกคิดลงไปในดนตรีด้วยมั้ย? ไม่ว่าจะยังไงก็ยังมีเสียงกีต้าร์สินะ
- ผมกับอูบุน่ะชอบ Marshall เอามากๆเลย แต่ก็แนะนำ DEKA(ยี่ห้อไรง่า---ไม่รู้จัก - -") นะพอได้เปลี่ยนมาใช้เพราะมันจะเห็นความบกพร่องของดนตรีได้ชัดเจนมากๆเลย แต่ว่าก็ยังตัดสินใจไม่ได้อยู่ดี "นี่แหละดีแล้ว แต่ว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ" พอคิดได้ว่าแบบนี้ดีกว่าอีกอันนึงก็จะบอก "อันนี้แหละเจ๋งสุดแล้ว" ออกมาได้อย่างชัดเจน

■ ทั้งที่ไม่ได้หลับเลยจนทำอัลบั้มเสร็จเป็นเวลา 70 ชั่วโมง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไปร่วมในงานของ STOMPIN' BIRD ที่โยโกฮาม่า บลิทซ์ ในวันที่ 10/6 ได้ อึดอะไรอย่างนี้นะ(หัวเราะ)
- อ๋อ ใช่ๆๆๆ คนที่ทำให้งานมันติดๆขัดๆก็ผมเองเนี่ยแหละ(หัวเราะ) ก่อนที่จะออกมาจากห้องแต่งตัวนั้นผมไม่สามารถไปซาวด์เช็คได้เลย! แค่มาดูๆพอเป็นพิธี แล้วก็ร้องเพลงด้วยพลังที่มีอยู่ทั้งหมด ร้องจนถึงขีดจำกัดของตัวเองเลย แต่ก็ไม่สามารถเป็นโชว์ที่ดีได้อย่างที่ตั้งใจ แต่สิ่งที่เหล่าพรรคพวกที่มาสนุกด้วยกันนั้นได้ทำให้ผมนั้นก็เป็น... สิ่งที่เหมือนกับความไว้วางใจที่มากมายเลยล่ะครับ ช่วงเวลาตอนเช้าของ BLITZ เป็นช่วงเวลาเดียวกับเส้นตายของการทำเพลงพอดี ถ้าไม่ได้ร้องเพลงล่ะก็คงจะขอร้องอะไรไม่ได้แน่ๆ ก็เลยร้องอีก 3 เพลงให้มันเกินตารางเวลาไป(หัวเราะ)

■ อย่างนี้นี่เอง แล้วทำไมถึงได้บันทึกเสียงในเพลง Salamander กับ Alternative Plans อีกครั้งนึงล่ะ?
- เพราะว่าซาวด์ของมันไม่เข้ากับอัลบั้มนี้น่ะครับ แม้ว่าจะใช้กีต้าร์แอมป์ฯของ BOGUNA ก็ตาม เพราะว่าบันทึกเสียงด้วย Diesel, VHT, Marshall อัลบั้มก็เลยถูกเริ่มใหม่

■ "Opening" น่ะถูกเลือกให้เป็นเพลงแรกงั้นเหรอ? ไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะเนี่ย
- ถึงจะเคยใส่ลงไปใน Pepproni แต่ว่าก็ไม่ได้ติดID ลงไปไง เวลามันนานพอน่ะ เวลาที่ได้ยิน Opening เมื่อไหร่ก็ตามก็จะได้ยิน Fire Cracker ด้วย IDก็เลยถูกติดลงไป เป็นวิธีที่สะดวกดี ถ้าเป็นไปได้ก็คงอยากจะฟัง

■ "Fire Cracker" นั้นเป็นเพลงที่ดีนะ ก็เลยถูกใช้ให้เป็นชื่ออัลบั้ม?
- เป็นเหตุบังเอิญนะ มันไม่ใช่ทั้งไตเติ้ลแทร็คแล้วก็ไม่ใช่เพลงนำด้วย แต่วลีนี้มันน่าสนใจครับ ผมไม่อยากจะยึดติดกับไตเติ้ลมากจนเกินไป แต่ถ้าเพลงนั้นก็ไม่ได้บอกว่าต้องสวยงามไปทุกเพลง แต่ทั้งหมดก็น่าพอใจ

■ ช่วยบรรยายถึงความเป็นมาของชื่อไตเติ้ลหน่อยได้มั้ย?
- ชื่อไตเติ้ลนั้น ผมไม่ได้ต้องการให้เข้าใจถึงความหมายตามตรงของมัน เป็นอะไรที่อยู่ข้างในนั้น เพลงที่สนุกสนาน เสียดสี ระบายออกมา และถ้าจะสนุกไปด้วยกันได้ล่ะก็ มันคงจะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ สำหรับทุกคนที่อยากร้องตะโกนออกมา ความหวาดกลัวของจิตใจ, การเดิมพันของชีวิต ผมเขียนเพลงเหล่านั้นออกมาอย่างเต็มที่แบบที่ผมไม่เคยลืมครับ

■ ครับ งั้นขอฟังอีกครั้งนะครับ รู้สึกยังไงบ้างครับ?
- ก็มันก็น่าตื่นเต้นนะ เหมือนที่กอริในเรื่องสแลมดั้งค์พูดประมาณว่า "ชั้นน่ะไม่ทำพลาดแบบนี้หรอก" รู้สึกประมาณนี้แหละ

■ สุดท้ายนี้ ผมอยากจะให้ฝากอะไรถึงแฟนๆซักหน่อย
- อัลบั้มก็วางแผงแล้วนะครับ ขอโทษที่ทำให้ยุ่งยากใจครับ (ทุกคนก็หัวเราะ)

Interview & Text : Mari Sakasai
Photographs : Rui Hashimoto

Translate to Thai :NO.893 <------ :-P

 

 

 

 

edit @ 1 Apr 2008 16:54:29 by NO.893 feat. ELLEGARDEN

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ววว ~ มันเป็นบทสัมภาษณ์ที่ยาวจริงๆ
แต่เป็นเรื่องที่จริงจัง จังเลยนะ เรื่องที่สัมภาษณ์แล้วก็เรื่องทีตอบเนี่ย ทำไมตอบได้เครียดดีจัง แล้วก็ไอ้คำถามเกือบๆสุดท้ายที่เอาไอ้
กอริจากแลมดั้งค์มาเกี่ยวด้วยเนี่ย

PS. อายุมากไม่น่าอ่านการ์ตูนได้

#1 By MYレミオ on 2006-12-18 21:36