[Hosomi Diary] 20080422
posted on 28 Apr 2008 12:34 by ellegarden in dairy2008
TITLE : It's not going to stop till you wise up, so just (don't) give up
DATE : 2008.04.22 on 18.56
อรุณสวัสดิ์ครับ ที่จริงแล้วคงไม่สามารถจะย้อนกลับไปเป็นตอนเช้าใหม่ได้ ผมเลยรู้สึกเจ็บปวดนิดหน่อย แล้วการออกอากาศที่รอคอยก็ได้เห็นแล้วเมื่อวานนี้
ผมชอบแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องเข้ามาในห้องแบบนี้จังเลย แม้ว่าจะแค่มาจากช่องว่างระหว่างหลังคากับระเบียงของบ้านข้างๆ ก็ตาม
ผมจะร่วมเป็นดีเจที่ ไดคังยามะยูนิท เนื่องในโอกาสครบรอบของ[แอ่ดดด] เมื่อวานซืนนี้เหล่ามือสมัครเล่นเข้าร่วมด้วยแต่ก็เกิดความล้มเหลวยิ่งกว่าวันก่อนอีก จนต้องหยุดพักกันเลย ถึงแม้ว่าผมในฐานะดีเจจะพายามฝึกฝนอย่างจริงจังแล้วก็ตาม แต่ในระหว่างความผิดพลาดครั้งนี้ก็ได้ทำให้เกิดความเข้าใจที่จะจัดการให้ดีที่สุดในช่วงครึ่งหลังขึ้นมาได้ ...แล้วเราจะเรียนรู้กันได้ก็ต่อเมื่อเกิดความผิดพลาดเท่านั้นน่ะเหรอ?
ผมผู้ไม่สามารถจะทำอะไรได้ แต่ว่าการเติบโตนั้นไม่ใช่การสะสมร่องรอยของความโง่เขลาเอาไว้ทีละเล็กละน้อยอย่างซ้ำๆซากๆ แบบนี้ แม้ผมจะคิดว่าผมกระตือรือร้นที่จะก้าวไปอย่างมุ่งมั่นสักแค่ไหน แต่กลายเป็นว่าการเติบโตอันเชื่องช้านั้นได้มอบบทเรียนจากความผิดพลาดให้เห็นเต็มตา มันยังทันไหม? หรือว่าผมกลายเป็นเป้านิ่งไปเสียแล้ว? การที่ผมไม่ได้บอกยกเลิกงานนี้ เหมือนกับผมรู้แล้วว่าผมในวันนี้จะต้องไม่เป็นอย่างที่ผ่านมา ผมคิดอย่างนั้น แล้วเหตุใดกับพรรคพวกคนอื่นที่มองเห็นทางแต่กลับหันหลังกลับ ทั้งที่โอจี้จังคนนี้แถลงว่า "ในวันและคืนที่ความดีกับความเลวมีค่่าเท่ากัน, พวกที่ไปอยู่ในที่แบบนั้นก็เป็นเหมือนแค่คนที่ตายไปแล้วนั่นแหละ"
ผมเริ่มคิดว่าถูกหรือไม่กับกฎเกณฑ์หนักๆแบบนี้ เพราะไม่มีคำตอบใดหลุดออกมา มันมาถึงจุดที่ทุกคนต้องคิดไม่ว่าจะด้วยตัวเองหรือไม่ก็ตาม ข้อความนั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกลังเลใจเพราะมันแทบจะตัดสินได้ว่าสามารถมาเหมือนอย่างที่ผมทำในวันนี้หรือไม่ มันช่างเป็นการบีบบังคับเหนือสิ่งอื่นใดที่น่ารังเกียจเกินกว่าจะต้านทานได้
พลังแบบนี้อยู่ในหนังที่อาจเปลี่ยนชีวิตได้ด้วยเพลงเพลงเดียว Magnolia เป็นหนังที่ผมชื่นชอบมาก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ไม่สามารถจะสลัดทิ้งไปได้หมดแม้จะแสดงออกมาเหมือนเป็นกระแสน้ำที่มีโคลนขุ่นๆ เหตุผลที่ทุกคนยังให้กำลังใจผมอยู่อย่างนี้อาจเป็นเพราะ...การร่วมใจกันงี่เง่าอย่างนี้ล่ะมั้ง...พรรคพวกทั้งหลาย(รวมทั้งผมด้วย) หัวข้อของวันนี้เป็นตอนหนึ่งจากเพลงในหนังซึ่งช่วยเซฟผมไว้อย่างล้นเหลือ
เจอกันวันพรุ่งนี้ครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านเสมอมา
พักนี้งานเข้าแห่ะ.. แบบว่า ไดอารี่โฮโซมิซังเค้ายาวมากมายยยย แทบจะทุกวันเลยทีเดียว แล้วก็เขียนแต่เรื่องเครียดๆ อืม? อาจเป็นอาการของผู้ช ที่เริ่มเข้าสู่วัยกลางคนหรือเปล่าคะเนี่ย?? ฮา...
ความจริงไดอารี่วันนี้แปลเสร็จตั้งนานนนแล้ว แต่ว่าไม่ได้เอามาลงเพราะติดใจ Magnolia ที่ลุงพูดถึงอะ อยากรู้ว่าดูแล้วมัน saved me ได้ขนาดไหนกันช่ะ? ก็เลยไปหาดูก่อนเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างเรากับลุงโฮมี่อ่านะ นี่คือโปสเตอร์
Magnolia เป็นหนังที่มี(คนที่หน้าเหมือนเปิ้นมากๆ อย่าง ) ทอม ครูซ แสดงนำ.. โอวว เป็นหนังน่าดุที่มีนักวิจารณ์พูดถึงกันอย่างมากมายด้วย ความรู้สึกหลังจากดู....ก็ไม่พูดไรมาก ไม่สันทัดกรณี -__- แต่ก็พบว่าเป็นหนังที่ saved me อย่างที่เค้าบอกจริงๆ คือมันจะพูดถึงเรื่องราวของคนหลายๆ แบบ ที่มีเรื่องให้รู้สึกถึงความล้มเหลวความพ่ายแพ้ในรูปแบบต่างๆ กัน แต่ที่สุดแล้วมันก็จะผ่านพ้นไปได้ โฮโซมิซังเอ้ยย บางทีประโยคนี้ ...แล้วเราจะเรียนรู้กันได้ก็ต่อเมื่อเกิดความผิดพลาดเท่านั้นน่ะเหรอ? มันอาจจะจริงก็ได้ล่ะมั้ง เราก็ไม่รู้ หนูเพิ่ง 19 คร้า~ 55*5 แต่หนังเรื่องนี้ใช้ความเกี่ยวโยงของคนมาเล่าแบบมีเสน่ห์มากมาย แถมยังมีเพลงเพราะพริ้งงง ในตอนเกือบๆท้ายของเรื่องด้วย ซึ่งเป็นเพลงที่โฮโซมิพูดถึงในไดอารี่นั่นเอง ในหนังให้ตัวละครแต่ละตัวร้องคลอตามเพลง ทั้งเสียง คนแก่ เด็ก ผู้หญิง เกย์เฒ่า(?) และทอม ครูซ (ฮริ้ววว) มันฟังแล้ว อะฮื้อออ มากๆ น่ะ T^T
แล้วก็โปสเตอร์ที่เอามาแปะให้ดู อันนี้เป็นหนึ่งในหลายๆเวอชั่นนะ แต่ชอบอันนี้... เป็นฝนกบ ซึ่งเป็นฉากอันฮือฮาของหนังเรื่องนี้มากๆ ว่าผู้กำกับนั้นจงใจจะบอกอะไร แต่สำหรับเรา เออะ... มันค่อนข้างแขยง 55 จริงนะ แบบว่าเกลียดพวกกบเขียดอะไรเงี้ย แล้วอยู่ๆในหนังที่กำลังเป็นจุดไคลแม็กซ์แบบตื่นเต้นมาก ก็มีเสียงกบตกลงมาเป็นพันๆ หมื่นๆตัว ตกลงมาตามจำนวนเม็ดฝนปกติน่ะคิดดู เสียงกบหล่นแอ้กบนถนนเนี่ยยย ฟังแล้วหยึยยย มากๆ แล้วยังมีเลือดกบเต็มกระจกรถไปหมด
มันมีตอนนึงที่ PR ของรายการโทรทัศน์ตอบคำถามพ่อหนูอัจฉริยะในเรื่องที่สงสัยเกี่ยวกับเรื่องการพยากรณ์อากาศว่าคนพยากรณ์น่ะอยู่นอกโลกอย่างนั้นเหรอถึงรู้ว่าฝนจะตก PRคนนั้นก็ตอบเพียงสั้นๆ ว่า ฝนตกน่ะมันเป็นเรื่องธรรมชาติ.... แล้วถ้าอย่างนั้นไอ้การฝนตกลงมาเป็นกบล่ะ? บางทีอาจจะเป็นเรื่องธรรมชาติเหมือนกันล่ะมั้ง ก็ชีวิตคนเราอย่างน้อยมันก็ต้องมีเรื่องคาดไม่ถึงเกิดขึ้นบ้างไม่ใช่เหรอ? เรื่องที่แปลกประหลาดหรือบังเอิญ ไง เพราะงั้นการที่มีฝนตกลงมาเป็นกบเองก็ถือว่าเป็น "ธรรมชาติ" เหมือนกันสินะ? 55 พอเถอะๆ
เอาเป็นว่าเราสนุกสนานกับหนังยาวๆเรื่องนี้มากมาย แล้วเพลงก็เพราะจริงๆ ^^ เอาเนื้อเพลงมาฝากกัน ลองไปหาฟังดูนะ แต่ฟังตอนดูดีวีดีไปจะอินกว่ามาก ฮา..
Wise Up
by Aimee Mann
It's not what you thought
When you first began it.
You got, what you want
You can hardly stand it though
By now you know
It's not going to stop
It's not going to stop
It's not going to stop
Till you wise up
You're sure, there's a cure
And you have finally found it.
You think, one drink
Will shrink you 'till you're underground
And living down
But it's not going to stop
It's not going to stop
It's not going to stop
Till you wise up
Prepare a list for what you need
before you sign away the deed
Cause it's not going to stop
It's not going to stop
It's not going to stop
Till you wise up.
No it's not going to stop
Till you wise up
No it's not going to stop
So just give up




รู้สึกว่าเด๋วนี้จะทำตัววิชาการไปหน่อยล่ะั้มั้งคะ จะทำอะไรคร๊าาา ไปแข่งรายการถ้าคุณแน่อย่าแพ้เด็กมศ.5 หรือเปล่า รู้นะว่าเปิ้นยังทันรุ่นมศ.น่ะ กรั่กๆๆ ขำว่ะ
แต่พูดแบบนี้ก็คล้ายๆคุณปราบดาหยุ่นเหมือนกันนะเนี่ย กูดีใจจริงๆที่เปิ้นก็แนะนำหนังดีๆให้พวกเราดูด้วย
ถ้าเปิ้นยังบ่นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ กูว่าซักวันมันต้องออกจากวงการแน่ๆเลยว่ะ ประมาณว่าทนไม่ได้กับการต้องเป็นแบบนี้มั้ง
#1 By ☆Kiit0☆ on 2008-04-30 21:53